บริการของเรา

เขียนโดย นาย เนติกรณ์ ด๊ะวี (ซีน)
การกู้ยืมเงิน
การกู้ยืมเงินหรือสัญญากู้ยืมเงิน เป็นสัญญายืมใช้สิ้นเปลืองที่ “ผู้กู้ยืม” ไปขอกู้ยืมเงินจากบุคคลหนึ่ง ซึ่งเรียกว่า “ผู้ให้กู้ยืม” โดยผู้กู้ยืมสัญญาหรือตกลงว่าจะใช้เงินคืนให้ภายในกำหนดเวลาใดเวลาหนึ่ง ซึ่งในการกู้ยืมเงินนี้จะมีการกำหนดดอกเบี้ยในการกู้ยืมด้วยหรือไม่ก็ได้ และสัญญากู้ยืมเงินจะสมบูรณ์ต่อเมื่อได้มีการส่งมอบเงินที่กู้ยืมกันแล้ว
หลักฐานในการกู้ยืมเงิน
หลักฐานในการกู้ยืมเงินสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กรณี กล่าวคือ
กรณีแรก
การกู้ยืมเงินจำนวนไม่เกิน 2,000 บาท กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ต้องทำหลักฐานการกู้ยืมต่อกัน ดังนั้น แม้ตกลงยืมเงินกันด้วยวาจา เมื่อเกิดการผิดข้อตกลงหรือผิดสัญญา ก็สามารถฟ้องร้องบังคับคดีกันได้ตามกฎหมาย
กรณีที่สอง
การกู้ยืมเงินที่จำนวนเงินที่กู้ยืมกันเกินกว่า 2,000 บาทขึ้นไป กฎหมายกำหนดให้การกู้ยืมเงินจะต้องมีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเงิน มิเช่นนั้นจะฟ้องร้องให้บังคับคดีต่อกันไม่ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653
หลักฐานแห่งการกู้ยืมเงินนั้นกฎหมายมิได้กำหนดแบบไว้ สัญญาจึงอยู่ในรูปแบบใดก็ได้ แต่ต้องเป็นลายลักษณ์อักษร มีข้อความชัดแจ้งว่า มีการกู้ยืมเงินกันไปเป็นจำนวนเท่าใดและตกลงจะใช้คืนเมื่อใด และที่สำคัญคือต้องมีลายมือชื่อของผู้กู้ยืมเป็นสำคัญด้วย
ดังนั้นเนื้อความในเอกสารหลักฐานการกู้ยืมเงินต้องมีองค์ประกอบ ดังนี้
-
วันที่ที่ทำสัญญากู้เงิน
-
ชื่อของผู้ขอกู้เงินและผู้ให้กู้เงิน
-
จำนวนเงินที่กู้ยืม
-
กำหนดชำระ (จะมีหรือไม่มีก็ได้)
-
ดอกเบี้ย (ไม่เกิน 15% ต่อปี)
6.ผู้กู้ยืมต้องลงลายมือชื่อ
อายุความฟ้องคดีกู้ยืมเงิน
การฟ้องร้องเรียกเงินตามสัญญากู้ยืมเงินมีอายุความ 10 ปี นับ แต่วันถึงกำหนดชำระเงินกู้ยืมคืนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/30
