บริการของเรา

เขียนโดย วริศรา พิสุทธิ์เสรีวงศ์
การเช่าทรัพย์แบ่งอย่างไร
การเช่าทรัพย์นั้นมี 2 ประเภท คือ
-
อสังหาริมทรัพย์ คือ สิ่งที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ เช่น บ้าน, ตึก, หรือที่ดิน เป็นต้น
-
สังหาริมทรัพย์ คือ สิ่งที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ เช่น รถยนต์, แหวน, สร้อย, ช้าง, ม้า, วัว, หรือควาย เป็นต้น
แบบในการเช่าอสังหาริมทรัพย์
การเช่าอสังหาริมทรัพย์นั้นต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือและลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิด เพราะหากทำสัญญาโดยไม่ได้มีหลักฐานเป็นหนังสือ เมื่อมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดสัญญาจะไม่สามารถฟ้องร้องให้ปฏิบัติตามสัญญาเช่าได้
ในการทำสัญญาเพื่อมีหลักฐานเป็นหนังสือนั้นจะทำให้ลักษณะใดก็ได้ แต่จะต้องมีข้อความที่เป็นใจความสำคัญแสดงว่าได้มีการเช่าอสังหาริมทรัพย์พอที่จะใช้ยันคู่สัญญาอีกฝ่ายได้
สำหรับการเช่าอสังหาริมทรัพย์เกินกว่า 3 ปี ขึ้นไปนั้น คู่สัญญาต้องนำสัญญาไปจดทะเบียนการเช่าต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ และในการเช่าอสังหาริมทรัพย์นั้น กฎหมายได้กำหนดไว้ว่าห้ามมีระยะเวลาการเช่าเกินกว่า 30 ปี ขึ้นไป ถ้าเกิน 30 ปี กฎหมายจะให้ลดลงมาเหลือเพียง 30 ปีเท่านั้น
ตัวอย่าง
นาย ก. ตกลงเช่าตึกแถวกับนาย ข. เป็นเวลา 10 ปี และได้ทำสัญญาการเช่าเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ที่ต้องรับผิดเป็นสำคัญแล้ว แต่ไม่ได้นำสัญญานั้นไปจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ต่อมานาย ข. บอกเลิกสัญญาเช่าและให้นาย ก. ย้ายออกจากตึกแถว เมื่อไม่ได้มีการจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ แม้ในสัญญาจะกำหนดระยะเวลาการเช่าไว้ 10 ปี ก็ตาม แต่สัญญาดังกล่าวสามารถบังคับใช้ได้เพียง 3 ปี นาย ก. ไม่สามารถฟ้องร้องบังคับให้นาย ข. ปฏิบัติตามสัญญาได้
แบบในการเช่าสังหาริมทรัพย์
การเช่าสังริมทรัพย์หรือสิ่งของที่สามารถเคลื่อนย้ายได้นั้นมีความแตกต่างจากการเช่าอสังหาริมทรัพย์เป็นอย่างมาก เนื่องจากแบบของการเช่าสังหาริมทรัพย์นั้นไม่จำเป็นต้องมีแบบหรือมีหลักฐานเป็นหนังสือ แม้จะกระทำกันด้วยวาจาก็สามารถฟ้องร้องบังคับคดีกันได้ เมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดสัญญาแต่ต้องกำหนดระยะเวลาการเช่าไว้ชัดเจน
ตัวอย่าง
นายหนึ่งตกลงเช่าม้ากับนายสอง และได้กำหนดระยะเวลาการเช่าไว้ชัดเจนเป็นระยะเวลา 2 ปี แม้ทั้งคู่ไม่ได้มีหลักฐานเป็นหนังสือในการทำสัญญาก็ตาม แต่เมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดสัญญา คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งก็สามารถฟ้องร้องบังคับเป็นคดีได้
