บริการของเรา

เขียนโดย ปัณณวัฒน์ อธิบูรณการ
คดีจ้างทำของ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587
“อันว่าจ้างทำของนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลคนหนึ่ง เรียกว่าผู้รับจ้าง ตกลงจะทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่าผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเพื่อผลสำเร็จแห่งการที่ทำนั้น”
สัญญาจ้างทำของนั้นเป็นสัญญาที่ไม่มีแบบ เป็นสัญญาต่างตอบแทน และค่าตอบแทนมักจะขึ้นอยู่กับการตกลงของคู่สัญญา โดยอาจคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ เช่น ปริมาณงานที่ทำ ทักษะ ความซับซ้อนของงานที่จ้าง ค่าจ้างมักจะแปรผันตรงกับงานที่ทำ ความสำเร็จของงานเป็นสาระสำคัญในการทำสัญญาจ้างทำของ โดยปกติผู้ว่าจ้างจะไม่ได้มีอำนาจบังคับบัญชาเหนือผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างมีอิสระในการเลือกใช้วิธีการทำงาน ส่วนค่าจ้างนั้นคู่สัญญาอาจตกลงกันว่า ถ้างานยังไม่เสร็จยังไม่ให้จ่ายค่าจ้างกันก็ได้
ตัวอย่าง
-
สัญญาบริการ
-
สัญญาจ้างผลิต
-
สัญญาจ้างออกแบบ
-
สัญญาก่อสร้าง
-
จ้างทำป้าย
-
จ้างทำข้าวกล่อง
-
จ้างจัดช่อดอกไม้
ผลในทางกฎหมาย เช่น
- ถ้าผู้รับจ้างทำของทำละเมิด ผู้ว่าจ้างไม่ต้องรับผิดในผลแห่งละเมิดนั้นตามมาตรา 428 เว้นแต่ผู้ว่าจ้างจะเป็นผู้ผิดในส่วนการงานที่สั่งให้ทำ หรือผิดในการเลือกหาผู้รับจ้าง ผู้ว่าจ้างก็ต้องรับผิดในทางละเมิดด้วย
- การสร้างสรรค์ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ถูกสร้างภายใต้สัญญาจ้างทำของลิขสิทธิ์จะตกเป็นของผู้ว่าจ้างทันที
- ข้อพิพาทที่เกิดขึ้นจากการทำสัญญาจ้างทำของนั้นอยู่ภายใต้เขตอำนาจของศาลชั้นต้น เช่น ศาลแพ่ง ศาลแขวง ศาลจังหวัด เป็นต้น
อายุความในการฟ้องร้องดำเนินคดี
ผู้ถูกละเมิดจะเรียกค่าสินไหมทดแทนได้แค่ไหน เพียงใด ขึ้นอยู่กับความเสียหายที่ได้รับ โดยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ให้สิทธิผู้ต้องเสียหายในการเรียกค่าสินไหมทดแทนไว้หลายประเภท เช่น
- การฟ้องร้องมีอายุความ 2 ปี เช่น การใช้สิทธิเรียกร้องให้ชำระค่าจ้างตามสัญญาจ้างทำของตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34
- การฟ้องร้องดำเนินคดีเพื่อให้ผู้รับจ้างรับผิดในความชำรุดบกพร่องที่ได้ปรากฏขึ้นนั้น ต้องฟ้องภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ความชำรุดบกพร่องได้ปรากฏขึ้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 601
