บริการของเรา

เขียนโดย นายปัณณวัฒน์ อธิบูรณการ


ความผิดฐานโกงเจ้าหนี้

ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 349 กล่าวว่า

“ผู้ใดเอาไปเสีย ทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพย์อันตนจำนำไว้แก่ผู้อื่น ถ้าได้กระทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้รับจำนำ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350 กล่าวว่า “ผู้ใดเพื่อมิให้เจ้าหนี้ของตนหรือของผู้อื่นได้รับชำระหนี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนซึ่งได้ใช้หรือจะใช้สิทธิเรียกร้องทางศาลให้ชำระหนี้ ย้ายไปเสีย ซ่อนเร้นหรือโอนไปให้แก่ผู้อื่นซึ่งทรัพย์ใดก็ดี แกล้งให้ตนเองเป็นหนี้จำนวนใดอันไม่เป็นความจริงก็ดี ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่น หรือทั้งจำทั้งปรับ”

ความแตกต่างระหว่าง มาตรา 349 และ มาตรา 350

มาตรา 349 นั้นเป็นการโกงเจ้าหนี้ผู้รับจำนำ ซึ่งต้องมีการส่งมอบทรัพย์สินที่จำนำให้แก่ผู้รับจำนำ แต่มาตรา 350 นั้นเป็นการโกงเจ้าหนี้ทั่วๆไป ซึ่งเจ้าหนี้นั้นหมายถึงเจ้าหนี้ที่สามารถบังคับชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย ผู้กระทำความผิดตามมาตรา 350 ไม่ได้จำกัดเฉพาะตัวลูกหนี้เท่านั้น ผู้ที่ไม่ได้เป็นลูกหนี้ก็อาจมีความผิดได้ เช่น ผู้รับโอนทรัพย์จากลูกหนี้อาจมีความผิดตามมาตรา 350 ได้ในฐานะตัวการร่วม

ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350 การกระทำที่ถือว่าเป็นการย้ายไปเสีย ซ่อนเร้นหรือโอนไปให้แก่ผู้อื่นซึ่งทรัพย์ใด เช่น การขายฝากแต่การสละสิทธิการไถ่ ไม่เป็นการย้ายหรือซ่อนเร้น, โอนให้แก่ผู้อื่นซึ่งทรัพย์ใด และการจดทะเบียนจำนอง, การจดทะเบียนให้เช่าทรัพย์สินของลูกหนี้แก่ผู้อื่นก็ไม่เป็นการโอน การย้าย การซ่อนเร้น จึงไม่เป็นความผิดฐานโกงเจ้าหนี้

การกระทำเพื่อไม่ให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้จะเป็นความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ตามมาตรา 350 นั้น เจ้าหนี้จะต้องได้ใช้หรือจะใช้สิทธิเรียกร้องทางศาลให้ชำระหนี้ เช่น การฟ้องร้องเป็นคดีแพ่งหรือการทวงถามให้ลูกหนี้ชำระหนี้ ซึ่งถ้าหนี้นั้นไม่อาจฟ้องร้องบังคับคดีได้ เจ้าหนี้ก็ไม่อาจใช้สิทธิเรียกร้องทางศาล ลูกหนี้ก็จะไม่มีความผิดฐานโกงเจ้าหนี้

ตัวอย่าง

นาย A นำสร้อยคอจำนำไว้กับ นาย B เพื่อเป็นการประกันการชำระหนี้ที่นาย A เอาเงินของนาย B ไป และนาย A ได้ขโมยสร้อยคอที่ตนจำนำไว้กับนาย B ไป การกระทำของนายเอเป็นการกระทำความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ตาม ป.อ. มาตรา 349

นาย C เป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาของนาย D และนาย C ได้โอนที่ดินของตนให้กับนาย E ซึ่งไม่ได้เป็นลูกหนี้ของนาย D โดยที่นาย C และนาย E มีเจตนาร่วมกันเพื่อที่จะไม่ให้นาย D ได้รับชำระหนี้ นาย C และนาย E มีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 350

ข้อควรปฏิบัติเบื้องต้น

เมื่อท่านเป็นผู้เสียหายในความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ ท่านจะต้องรีบดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษภายใน 3 เดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด มิเช่นนั้นจะถือว่าคดีขาดอายุความและไม่สามารถดำเนินคดีแก่ผู้กระทำ
ความผิดได้ เนื่องจากความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ทั้งมาตรา 349 และมาตรา 350 นั้นเป็นความผิดอันยอมความได้ และเมื่อท่านดำเนินการร้องทุกข์ภายในสามเดือนตามมาตรา 96 ท่านก็จะต้องฟ้องคดีภายในกำหนดอายุความตามมาตรา 95 มิเช่นนั้นถ้าเกินกำหนดเวลาตามมาตรา 95 คดีก็ย่อมขาดอายุความเช่นกัน

แต่ในคดีความผิดอันยอมความได้ ไม่ได้บังคับว่าผู้เสียหายต้องร้องทุกข์ภายใน 3 เดือนก่อนจึงจะมีสิทธิฟ้องคดี ถ้าท่านเป็นผู้เสียหายท่านก็มีสิทธิฟ้องคดีโดยไม่ต้องร้องทุกข์ก่อน แต่ท่านจะต้องฟ้องคดีภายใน 3 เดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด