บริการของเรา

กนกพิชญ์ เตมีบริบูรณ์ (แวน)


ความผิดฐานบุกรุก

ตามมาตรา 362 กล่าวว่า “ผู้ใดเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่น เพื่อถือการครอบครองอสังหาริมทรัพย์นั้นทั้งหมดหรือแต่บางส่วน หรือเข้าไปกระทำการใด ๆ อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของเขาโดยปกติสุข ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

เมื่อพิจารณาความผิดฐานบุกรุกตามมาตรา 362 จะเห็นว่ากฎหมายมุ่งประสงค์จะลงโทษบุคคลผู้ที่บุกรุกอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นเท่านั้น ไม่รวมถึงสาธารณสมบัติของแผ่นดิน โดยมี 2 ความผิด คือ 

  1. เพื่อถือเอาการครอบครองของผู้อื่น (แย่งการครอบครอง)
  2. เป็นการรบกวนการครอบครอง            

ดังนั้น การเข้าไปในที่ดินซึ่งถือว่าเป็นอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นนั้น ไม่ว่าจะเป็นการเข้าไปเพื่อแย่งการครอบครอง หรือเข้าไปรบกวนการครอบครอง ล้วนมีความผิดฐานบุกรุกทั้งสิ้น

อย่างไรจึงจะถือว่า “เข้าไป”

  • เมื่อพิจารณาคำว่า “เข้าไป” ตามมาตราประมวลกฎหมายอาญานั้น จะหมายความรวมถึงตัวหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของผู้กระทำล่วงล้ำเข้าไปในที่ดินดังกล่าว 
  • แต่ในปัจจุบัน มีคำพิพากษาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้ไม่มีการเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ก็อาจมีความผิดฐานบุกรุกตามมาตรา 362 ได้

ไม่ผิดฐานบุกรุก มาตรา 362

  • การเข้าไปในที่ดินที่ยังโต้เถียงกันอยู่ว่าที่ดินเป็นกรรมสิทธิ์ของใคร ศาลฎีกาก็มีแนววินิจฉัยว่าไม่เป็นความผิดฐานบุกรุก
  • การเข้าไปด่าผู้อื่นในบ้านหรือที่ดินของเขาไม่เป็นความผิดตามมาตรา 362(1) เพราะไม่มีเจตนาพิเศษคือเข้าไปในที่ดินของผู้อื่น “เพื่อถือ” การครอบครอง แต่เป็นความผิดตามมาตรา 364 อันเป็นการเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นโดยไม่มีเหตุอันควร

กรณีไม่มีข้อตกลงในสัญญา ผู้ให้เช่าปิดห้องผู้เช่าไม่ได้

  •  การที่จำเลยใช้ไม้กระดานตีขวางทับประตูห้องที่โจทก์ครอบครองในขณะที่โจทก์ไม่อยู่และปิดห้องไว้ทำให้โจทก์เข้าไปอยู่ในห้องไม่ได้ เป็นการล่วงล้ำเข้าไปในอำนาจการครอบครองของโจทก์โดยปกติสุขตามความหมายแห่งบทกฎหมายดังกล่าว แต่แนวคำพิพากษาฎีกานี้ก็มีข้อยกเว้น ในกรณีที่มีสัญญาเขียนไว้โดยชัดเจน ศาลฎีกาก็วินิจฉัยว่าไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อย ผู้ให้เช่าจึงมีอำนาจที่จะกระทำการใด ๆ ตามข้อสัญญานั้นได้และการกระทำนั้นไม่เป็นความผิดฐานบุกรุก (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1 /2512)