บริการของเรา

คดีร้องตั้งผู้จัดการมรดก
เกิดขึ้นต่อเมื่อมีบุคคลถึงแก่ความตายและมีทรัพย์สินที่มีอยู่ก่อนหรือขณะถึงแก่ความตาย เช่น กรรมสิทธิ์ในที่ดิน รถยนต์ เงินในบัญชีธนาคาร ฯลฯ มรดกของผู้ตายย่อมตกสู่ “ทายาท”
ทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกมี 2 ประเภท
1. ทายาทโดยธรรม
1.1ประเภทญาติ คือ ผู้ที่มีความสัมพันธ์เป็นญาติของผู้ตายโดยตรง ซึ่งมี 6 ลำดับ
1.1.1 ลูก/หลาน
1.1.2 บิดา/มารดา
1.1.3 พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน
1.1.4 พี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดาเดียวกัน
1.1.5 ปู่ ย่า ตา ยาย
1.1.6 ลุง ป้า น้า อา
กล่าวคือ ให้ทายาทลำดับชั้นที่สนิทที่สุดกับผู้ตายเป็นผู้มีสิทธิได้รับมรดกก่อนเสมอ ทายาทโดยธรรมจะมีสิทธิรับมรดกต่อเมื่อผู้ตายไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้ หรือ ทำพินัยกรรมไว้แต่พินัยกรรมสมบูรณ์เป็นบางส่วน หรือ พินัยกรรมไม่มีผลบังคับใช้บังคับ
1.2 ทายาทโดยธรรมประเภทคู่สมรส คู่สมรสจะต้องชอบด้วยกฎหมาย กล่าวคือจดทะเบียนสมรส
2.ทายาทผู้รับพินัยกรรม
ผู้รับพินัยกรรมจะเป็นใครก็ได้ ไม่จำเป็นจะต้องเป็นญาติของผู้ตายเจ้ามรดก
แต่ปัญหาคือ ผู้มีสิทธิ์รับมรดกไม่ว่าจะเป็นทายาทโดยธรรม ทายาทผู้รับพินัยกรรมจะไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองดังกล่าวมาเป็นของตนได้ ต้องร้องตั้งผู้จัดการมรดกก่อน กล่าวคือ ต้องให้ทนายความยื่นคำร้องต่อศาลที่เจ้ามรดกมีภูมิลำเนา ขณะถึงแก่ความตาย โดยยื่นร้องเป็นคดีไม่มีข้อพิพาทและระยะเวลาในการดำเนินการประมาณ 45 วัน (เสียค่าธรรมเนียมศาล 200 บาท)
เอกสารที่ต้องเตรียม
- ใบสูจิบัตร (กรณีบุตรเป็นผู้จัดการมรดก) , หรือใบสมรส (กรณีภริยาเป็นผู้จัดการมรดก)
- สำเนาใบมรณะบัตรคนตาย และสำเนาทะเบียนบ้านคนตาย
- เอกสารเกี่ยวกับทรัพย์สินที่เป็นกองมรดก เช่น โฉนดที่ดิน, สมุดบัญชีเงินฝาก(Bookbank) และทะเบียนรถยนต์
- หนังสือให้ความยินยอมทายาท
- ทะเบียนและบัตรประชาชน ผู้มีสิทธิได้รับมรดกทุกคน
- พินัยกรรม (หากมี)
